เราควรเปลี่ยนรถโฟล์คลิฟท์คันใหม่แล้วหรือยัง ?
ผู้ประกอบการหลายท่านมักเข้าใจว่าหากรถโฟล์คลิฟท์ของตนยังวิ่งได้ เท่ากับมันยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน จะเปลี่ยนไปทำไม โดยหารู้ไม่ว่า รถโฟล์คลิฟท์คันที่ท่านใช้อยู่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว !

เพราะเหตุผลที่เราควรนำมาพิจารณาเปลี่ยนรถโฟล์คลิฟท์คันใหม่ มันมีอะไรมากกว่านั้น และนี่คือ 6 สิ่งที่ควรใช้ในการพิจารณาว่าคุณควรเปลี่ยนรถโฟล์คลิฟท์คันใหม่ได้หรือยัง?
1) อายุการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์
โดยปกติค่าเฉลี่ยอายุการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์จะอยู่ที่ 10,000 ถึง 20,000 ชั่วโมงการทำงาน (ทั้งนี้ อายุจะขึ้นอยู่กับสภาพการทำงานและการดูแลรักษาด้วย) อายุการใช้งานของรถเป็นมาตรฐานที่ทางผู้ผลิตคำนวณมาแล้วว่า นี่คือระยะเวลาการใช้งานที่มีต้นทุนการทำงานที่ยังคุ้มค่า เมื่อเทียบกับต้นทุนการบำรุงรักษาและอะไหล่สำคัญหลายชิ้นก็จะสึกหรอจนหมดอายุตามปีหรือชั่วโมงการทำงานที่ผู้ผลิตคำนวณไว้ให้
2) ค่าบำรุงรักษาที่สูงเกินไป
เรื่องที่สองที่เราต้องพิจารณาก็คือสภาพรถของเราในปัจจุบัน เริ่มมีค่าบำรุงรักษาสูงเกินจำเป็นหรือยัง? รถโฟล์คลิฟท์บางคันที่ใช้งานอย่างหนัก แม้ว่าอายุการใช้งานจะยังไม่ครบกำหนด แต่รถมีการสึกหรอสูงมาก ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถสูงตามไปด้วย หากคำนวณออกมาเป็นต้นทุนต่อชั่วโมงการทำงานแล้วต้นทุนตรงนี้สูงเกินไป เราก็ควรพิจารณาเปลี่ยนรถโฟล์คลิฟท์คันใหม่ได้แล้ว
3) ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงควบคู่ไปกับการคำนวณค่าสึกหรอต่อชั่วโมงการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ก็คือ ความคุ้มค่าหรือประสิทธิภาพการทำงานของรถ ซึ่งนั่นก็คือหนึ่งในต้นทุนของสินค้าด้วยเช่นกัน รถบางคันทำงานได้ช้าลง บางคันยกน้ำหนักได้น้อยลง บางคันก็เสียบ่อย หยุดบ่อย ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงเหล่านี้ หากคำนวณกลับไปเป็นต้นทุนสินค้า ท่านอาจจะพบว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้ว (การตัดสินใจเปลี่ยน หรือ ซ่อม หากท่านไม่มั่นใจ สามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญรถโฟล์คลิฟท์ได้ที่นี่ )

4) มีการปรับรูปแบบการทำงาน
อีกเหตุผลหนึ่งที่เราควรพิจารณาเปลี่ยนรถโฟล์คลิฟท์คันใหม่ก็คือ เมื่อผู้ประกอบการปรับระบบการทำงานในโรงงานหรือคลังสินค้า อาจจะเป็นการจัดชั้นวางวัตถุดิบหรือสินค้าแบบใหม่ การวางระบบการเข้าออกของยานพาหนะใหม่หรือการปรับเปลี่ยนแพคเก็จจิ้งใหม่ สิ่งที่เราต้องพิจารณาควบคู่ไปด้วยกันกับการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ ก็คือ ความเหมาะสมของประเภท ขนาดและรูปร่างของรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อให้รถยกเหล่านี้สามารถทำงานเข้ากับระบบใหม่ที่ทางผู้ประกอบการออกแบบมา
5) ราคาซื้อขายแลกเปลี่ยน
เรื่องนี้ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะมองข้าม ทั้งที่ความเป็นจริง การขายรถโฟล์คลิฟท์คันเก่าในสภาพที่ได้ราคาพอสมควร เพื่อนำเงินไปซื้อรถโฟล์คลิฟท์รุ่นใหม่กว่ามาทดแทน อาจมีความคุ้มค่าในแง่ของการลดต้นทุนมากกว่าการรอขายรถโฟล์คลิฟท์คันเก่าในสภาพเศษเหล็ก
6) เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน รถก็ควรเปลี่ยน
การพัฒนารถโฟล์คลิฟท์รุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า ย่อมสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้ประกอบการมากขึ้นทั้งในแง่ของความทนทาน ความคล่องตัว และความยืดหยุ่นต่อสภาพพื้นที่ ปัจจุบันรถโฟล์คลิฟท์มีความหลากหลายทั้งในด้านรูปลักษณ์ ขนาดของรถโฟล์คลิฟท์ ผู้ประกอบการควรพิจารณาใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับหน้างานของเราให้มากที่สุด ผลงานที่ทำออกมาจึงจะออกมาดีและมีประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น

ทั้งหมดที่กล่าวมา คือสิ่งที่ผู้ประกอบการควรใช้ในการพิจารณาประเมินว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราควรจะเปลี่ยน Forklift คันใหม่ได้แล้ว เพราะบางครั้งการทนใช้งานรถเก่า อาจจะทำให้เราเสียเงิน เสียเวลามากกว่าการเสียเงินซื้อรถโฟล์คลิฟท์คันใหม่เสียอีกก็เป็นได้

ราคาที่แจ้งไว้ในเว็บ เป็นราคา ณ ปัจจุบันที่จัดทำเว็บไซต์
และราคาสินค้าทุกประเภท สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามราคาต้นทุนสินค้า ราคาขนส่งที่ปรับขึ้น
(บริษัทฯ ไม่สามารถแก้ราคาได้ทันทีทันใด) กรุณาติดต่อฝ่ายขายก่อนทำการสั่งซื้อ ทุกกรณี