บรรดาผู้ประกอบการที่มีรถโฟล์คลิฟท์ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากเครื่องยนต์ กำลังในการทำงาน และคนขับรถโฟล์คลิฟท์ที่ชำนาญแล้ว ยังจำเป็นต้องใส่ใจเกี่ยวกับเชื้อเพลิงที่ใช้ในรถโฟล์คลิฟท์ด้วย เพราะเชื้อเพลิงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้รถโฟล์คลิฟท์ขับเคลื่อนอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ อีกทั้งการเลือกใช้เชื้อเพลิงที่มีคุณภาพเหมาะสมกับตัวธุรกิจ ยิ่งทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

เชื้อเพลิงสำหรับรถโฟล์คลิฟท์ หรือ รถโฟล์คลิฟท์แบบสันดาปภายใน  มีกี่ประเภท ?

เชื้อเพลิงที่ใช้ในรถโฟล์คลิฟท์แบบสันดาปภายใน เบื้องต้นจะแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ น้ำมันและแก๊ส 

น้ำมัน นั้นได้แก่ น้ำมันเบนซิน และ น้ำมันดีเซล

ส่วนแก๊ส นั้นได้แก่ แก๊ส CNG และ แก๊ส LPG

รถโฟล์คลิฟท์-แบบสันดาปภายใน

น้ำมันดีเซล เป็นเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพปานกลาง ราคาเชื้อเพลิงถูกกว่าน้ำมันเบนซิน เครื่องยนต์รถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้น้ำมันดีเซลจะสามารถทำงานได้นาน อย่างไรก็ตามหากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ การใช้งานเครื่องยนต์ดีเซลอาจทำให้เกิดเขม่าควัน ที่เกิดจากการเผาไหม้ จึงทำให้รถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้น้ำมันดีเซล เหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง

น้ำมันเบนซิน โดยปกติ รถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน จะพบได้น้อยกว่ารถโฟล์คลิฟท์แบบใช้น้ำมันดีเซลในอุตสาหกรรมเพราะว่า ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซินสูงกว่าน้ำมันดีเซล แต่ก็มีข้อดีคือการให้พลังงานและแรงบิดสูงกว่าน้ำมันดีเซล หากเทียบในเชิงประสิทธิภาพ

แก๊สปิโตรเลียมเหลว LPG  รถโฟล์คลิฟท์แบบใช้แก๊ส LPG จะมีเขม่าควันที่สะอาดกว่าการสันดาปจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน สามารถใช้ในงานหนัก ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานได้ดี ใช้ได้ทั้งงานกลางแจ้งและในที่ร่ม แต่ไม่นิยมใช้กับสินค้าบริโภคเพราะแก๊สรั่วซึมง่าย อาจจะปนเปื้อนกับสินค้าบริโภคได้ อีกข้อเสียหนึ่งคือ เชื้อเพลิง LPG หายากและราคาสูงขึ้นทุกปี อาจจะเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ

แก๊สธรรมชาติ CNG ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเกิดการเผาไหม้ระหว่างการทำงานน้อย ราคาถูก หาง่ายกว่าแก๊ส LPG ทั้งยังเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงน้ำมัน ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการได้มหาศาลต่อปี ใช้ทำงานในอาคารได้ แต่ตัองระวังเรื่องระบบระบายความร้อน และพื้นที่จัดเก็บถังบรรจุก๊าซ

**การใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ทุกประเภท ควรศึกษาวิธีการใช้งานและข้อจำกัดต่างๆให้เข้าใจ หรือ สอบถามจากผู้เชี่ยวชาญก่อนการใช้งาน**

รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklifts)

รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

นอกจากเชื้อเพลิงน้ำมันและแก๊ส ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือ รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ที่ทั้งดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการใช้ไฟฟ้า ไม่ทำให้ปล่อยเขม่าควันออกมา จึงทำให้สามารถใช้งานในอาคารได้ รวมถึงประหยัดการใช้เชื้อเพลิง เพราะใช้ไฟฟ้าชาร์จแบตเตอรี่เข้ากับเครื่องยนต์โดยตรง

ข้อแตกต่างระหว่างรถโฟล์คลิฟท์แบบสันดาปภายในกับรถโฟล์คลิท์ไฟฟ้า

กลายเป็นหัวข้อที่ตัดสินใจยากสำหรับผู้ประกอบการว่าจะเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์แบบสันดาปภายในหรือรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองประเภทมีสมรรถนะในการทำงาน และข้อดีที่แตกต่างกัน

          รถโฟล์คลิฟท์แบบสันดาปภายใน  รถโฟล์คลิฟท์ประเภทนี้ เหมาะในการวิ่งระยะไกล บนทางลาด มีความจุของถังมีปริมาณมาก  เปิดเติมเชื่อเพลิงได้ง่าย เหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง แต่ก็สามารถใช้ภายในอาคารได้เช่นกัน พลังงานและแรงบิดสูง ใช้งานได้นาน

         รถโฟล์คลิฟท์แบบไฟฟ้า มีข้อดีคือไม่ปล่อยเขม่าควันขณะทำงาน เครื่องยนต์ปิดสนิท ใช้งานภายในอาคารได้ดี แต่ก็ใช้งานกลางแจ้งได้เช่นกัน ทนต่อทุกสภาพอากาศ ทั้งร้อนและ เปียกชื้น ใช้งานง่าย ไม่เกิดเสียงรบกวน โดยปกติจะมีช่วงเลี้ยวน้อยกว่ารถโฟล์คลิฟท์แบบสันดาปภายใน จึงสามารถทำงานในทางเดินที่แคบกว่าได้ *เวลาการใช้งานนั้นมีข้อจำกัดตามคุณสมบัติของรถโฟล์คลิฟท์ รุ่นนั้นๆ

รถโฟล์คลิฟท์แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

ในบรรดารถโฟล์คลิฟท์ทุกชนิดนั้น ผู้ประกอบการควรเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์ที่เหมาะกับธุรกิจของตนเอง เพราะการใช้รถโฟล์คลิฟท์ที่ถูกกับงานนั้น จะทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ ใช้เวลาในการทำงานน้อย เมื่อทำงานรวดเร็วกว่า จะทำให้คุณก้าวหน้ากว่าคุณแข่งในตลาดได้มากกว่า เปิดโอกาสทางธุรกิจมากกว่า

          รถโฟล์คลิฟท์แบบสันดาปภายใน  สามารถทำงานได้นานหลายชั่วโมง พลังงานและแรงบิดสูง ทำงานหนักได้ อย่างไรก็ตาม หากเผาไหม้ไม่สมบูรณ์บางครั้งจะมีการปล่อยเขม่าควัน จึงเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง นิยมใช้ในงานเกี่ยวกับ ลานผลผลิตทางการเกษตร ท่าเรือขนส่งสินค้า โรงสีข้าว

         รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า เนื่องจากใช้แบตเตอรี่ ไม่มีเสียงรบกวนและไม่มีมลพิษ ใช้ในทางเดินในอาคารที่แคบได้ จึงเหมาะกับการใช้งานในอาคารศูนย์กระจายสินค้า อาคารคลังสินค้า โรงพิมพ์ คลังกระดาษ และยังใช้งานในคลังสินค้าพิเศษ โกดังอาหารและยาได้อีกด้วยเพราะทนต่ออุณหภูมิความเย็นติดลบ เปียกชื้น ได้ดี

รถโฟคลิฟ-goodrichforklift