หลังน้ำลด สิ่งที่ทำให้รถโฟล์คลิฟท์พังหนักที่สุดมักไม่ใช่ตัวน้ำ แต่คือการรีบสตาร์ทเครื่องหรือเสียบชาร์จแบตเตอรี่ทันที รถที่ถ้าซ่อมถูกขั้นตอนอาจเสียแค่ค่าถ่ายน้ำมันและเปลี่ยนไส้กรอง กลายเป็นเครื่องยนต์ก้านสูบคด มอเตอร์ไหม้ หรือแบตเตอรี่ลัดวงจร บทความนี้เป็นคู่มือจากทีมช่าง สำหรับเจ้าของโรงงานและหัวหน้าคลังสินค้า ว่ารถโฟล์คลิฟท์โดนน้ำท่วมต้องทำอะไรก่อน-หลัง แยกตามระดับน้ำ และแยกรถเครื่องยนต์กับรถไฟฟ้า

3 ข้อห้ามทันทีหลังน้ำลด
1) ห้ามสตาร์ทรถเครื่องยนต์ที่น้ำท่วมถึงช่องกรองอากาศหรือท่อไอเสีย
2) ห้ามเสียบปลั๊กแบตเตอรี่หรือชาร์จรถไฟฟ้าที่แบต/คอนโทรลเลอร์จมน้ำ
3) ห้ามยกของจนกว่าจะเช็กเบรกและระบบไฮดรอลิกแล้ว

ประเมินความเสียหายตามระดับน้ำ

ก่อนแตะรถ ให้ดูคราบโคลนหรือคราบน้ำที่ตัวรถว่าน้ำขึ้นถึงระดับไหน เพราะระดับน้ำบอกได้เลยว่าต้องเช็กอะไรบ้างและงานใหญ่แค่ไหน

ระดับน้ำที่ท่วมส่วนที่เสี่ยงเสียหายสิ่งที่ต้องทำ
ระดับ 1 ต่ำกว่าดุมล้อลูกปืนล้อ เบรก ยางล้างโคลน อัดจาระบีลูกปืน เช็กเบรกก่อนใช้งาน
ระดับ 2 ถึงพื้นตัวรถ/ห้องแบตเตอรี่เบรก เกียร์ แบตเตอรี่ ขั้วไฟ สายไฟใต้ท้องระดับ 1 + เช็กน้ำมันเกียร์/เบรก ตรวจแบตและขั้วต่อทั้งหมด
ระดับ 3 ถึงเครื่องยนต์/มอเตอร์/คอนโทรลเลอร์เครื่องยนต์ ไดสตาร์ท ไดชาร์จ มอเตอร์ขับ คอนโทรลเลอร์ น้ำมันไฮดรอลิกห้ามสตาร์ท/ห้ามเสียบแบต ให้ช่างตรวจทั้งระบบ เปลี่ยนของเหลวทั้งหมด
ระดับ 4 จมเกินพวงมาลัย/ทั้งคันทุกระบบ รวมแผงหน้าปัด สวิตช์ เซนเซอร์ยกไปซ่อมแบบโอเวอร์ฮอล ถ่ายรูปเก็บหลักฐานก่อนเคลมประกัน
รถโฟล์คลิฟท์โดนน้ำท่วมในโกดัง มีคราบระดับน้ำที่ตัวรถ

รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์ (ดีเซล/เบนซิน/LPG) หลังน้ำท่วม

ทำไมห้ามสตาร์ท

ถ้าน้ำเข้าทางกรองอากาศหรือท่อไอเสีย น้ำจะค้างอยู่ในกระบอกสูบ น้ำอัดตัวไม่ได้ เมื่อลูกสูบดันขึ้นจึงเกิดอาการ Hydrolock ทำให้ก้านสูบคดหรือหัก จากงานซ่อมเล็กกลายเป็นยกเครื่อง

ตรวจน้ำมันเครื่องรถโฟล์คลิฟท์หลังน้ำท่วม น้ำมันขุ่นและกรองอากาศเปียกโคลน

เช็กลิสต์ 10 จุด ก่อนสตาร์ทครั้งแรก

  1. ถอดขั้วแบตเตอรี่ ก่อนเริ่มงานทุกอย่าง
  2. กรองอากาศ: ถ้าเปียกหรือมีโคลน เปลี่ยนใหม่ และเช็กท่อไอดีว่ามีน้ำค้างไหม
  3. น้ำมันเครื่อง: ดึงก้านวัด ถ้าขุ่นขาวเหมือนกาแฟใส่นม แปลว่ามีน้ำปน ต้องถ่ายทิ้ง เปลี่ยนไส้กรอง และอาจต้องถ่ายซ้ำ
  4. ระบายน้ำในกระบอกสูบ: ช่างถอดหัวฉีด/หัวเทียน แล้วหมุนเครื่องด้วยมือเพื่อไล่น้ำออก
  5. ถังน้ำมันเชื้อเพลิง: ระบายน้ำที่ก้นถังและที่ดักน้ำ (Water Separator) เปลี่ยนกรองโซล่า
  6. LPG: ตรวจหม้อต้มแก๊ส วาล์ว และข้อต่อ ห้ามเปิดวาล์วจนกว่าจะตรวจรอยรั่ว
  7. น้ำมันเกียร์/ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ และ น้ำมันเฟืองท้าย: เช็กสี ถ้าขุ่นให้เปลี่ยน
  8. ไดสตาร์ท ไดชาร์จ ปลั๊กสายไฟ: เป่าแห้ง ฉีดน้ำยาไล่ความชื้น ตรวจขั้วที่เป็นสนิม
  9. หม้อน้ำ: ล้างโคลนที่อุดรังผึ้ง ไม่งั้นเครื่องร้อนจัด
  10. เบรก: ผ้าเบรกเปียกเบรกไม่อยู่ และน้ำมันเบรกดูดความชื้น ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรก

รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม

รถไฟฟ้าเสี่ยงกว่ารถเครื่องยนต์ เพราะหัวใจของรถคือแบตเตอรี่ คอนโทรลเลอร์ และมอเตอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด

แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด

  • ห้ามเสียบชาร์จทันที น้ำสกปรกที่เข้าเซลล์ทำให้น้ำกรดปนเปื้อน เซลล์เสื่อม และอาจเกิดการลัดวงจร
  • ล้างคราบโคลนบนฝาแบต เช็ดขั้วให้แห้ง ตรวจฝาจุกว่าแน่น
  • ให้ช่างวัดค่าความถ่วงจำเพาะ (ถ่วงน้ำกรด) และแรงดันรายเซลล์ ถ้าบางเซลล์ต่ำผิดปกติ อาจต้องปรับสภาพหรือเปลี่ยนแบต
  • ชาร์จครั้งแรกในที่อากาศถ่ายเท เพราะระหว่างชาร์จมีก๊าซไฮโดรเจน

แบตเตอรี่ลิเธียม

ถ้าแบตลิเธียมจมน้ำ ให้ถือว่าเสียหายจนกว่าผู้ผลิตจะตรวจ แยกรถไว้ที่โล่งห่างอาคาร ห้ามชาร์จ ห้ามเปิดฝาเอง เพราะเซลล์ที่เสียหายมีความเสี่ยงความร้อนสะสมจนติดไฟได้

คอนโทรลเลอร์ มอเตอร์ และเครื่องชาร์จ

  • คอนโทรลเลอร์ที่จมน้ำต้องให้ช่างเปิดตรวจ ไล่ความชื้น และทดสอบก่อนจ่ายไฟ
  • มอเตอร์ขับและมอเตอร์ปั๊มควรวัดค่าความเป็นฉนวน (Insulation Test) ด้วยเครื่องเมกะโอห์ม ถ้าค่าต่ำต้องอบไล่ความชื้น
  • เครื่องชาร์จที่ถูกน้ำท่วม ห้ามเสียบไฟบ้าน ต้องตรวจก่อนทุกครั้ง
  • สวิตช์เบาะ เซนเซอร์ ปุ่มฉุกเฉิน และปลั๊กสายไฟทุกจุด เป่าแห้งและพ่นน้ำยาทำความสะอาดหน้าสัมผัส

อ่านวิธีดูแลแบตปกติได้ที่ วิธีชาร์จแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

ตรวจแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม ถอดปลั๊กแบตก่อนตรวจ

ระบบที่รถทุกแบบต้องเช็ก

  • น้ำมันไฮดรอลิก: ถ้าขุ่นหรือเป็นฟอง แปลว่ามีน้ำปน ทำให้ปั๊มสึกและงายกกระตุก ต้องเปลี่ยนน้ำมันและไส้กรองไฮดรอลิก
  • เสายกและโซ่ยก: ล้างโคลนในราง ทาจาระบี หล่อลื่นโซ่ ตรวจสนิมก่อนยกของหนัก
  • ลูกปืนล้อและจุดอัดจาระบี: อัดจาระบีใหม่ไล่น้ำออกทุกจุด
  • ยางและงา: ตรวจรอยแตก เศษวัสดุที่ติดมากับน้ำ
  • ป้ายเตือนและไฟ: ไฟหน้า ไฟถอย เสียงเตือน ต้องทำงานครบก่อนกลับมาใช้ ดูเพิ่มที่ ป้ายระวังรถโฟล์คลิฟท์
ล้างโคลนอย่างไรไม่ให้เสียเพิ่ม: ใช้น้ำแรงดันต่ำ ห้ามฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าคอนโทรลเลอร์ แผงหน้าปัด ปลั๊กไฟ และซีลลูกปืน แล้วตากแดดหรือเป่าลมให้แห้งอย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงก่อนเริ่มตรวจระบบไฟ

ขั้นตอนสตาร์ทและทดสอบครั้งแรก

  1. ตรวจครบทุกข้อด้านบน และเปลี่ยนของเหลวที่ปนน้ำแล้ว
  2. ต่อแบตเตอรี่ บิดกุญแจให้ไฟหน้าปัดขึ้นก่อน ดูไฟเตือนและรหัสผิดพลาด
  3. สตาร์ทหรือเปิดระบบ ปล่อยเดินเบา 5–10 นาที ฟังเสียงผิดปกติ ดูควันและรอยรั่ว
  4. ทดสอบเบรกในที่โล่งด้วยความเร็วต่ำ เหยียบเบรกเบา ๆ หลายครั้งให้ผ้าเบรกแห้ง
  5. ยกงาเปล่าขึ้นลงสุดเสา 3–5 รอบ เอียงเสาไปมา ดูว่าไม่กระตุก
  6. ทดลองยกของน้ำหนักเบาก่อน แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนัก
  7. บันทึกผลตรวจไว้ เก็บคู่กับ ใบตรวจสภาพรถโฟล์คลิฟท์
รถโฟล์คลิฟท์หลังซ่อมน้ำท่วม อัดจาระบีและหล่อลื่นโซ่ก่อนทดสอบ

รถโฟล์คลิฟท์ขับผ่านน้ำท่วมได้ไหม

ไม่แนะนำ ถ้าจำเป็นจริงควรผ่านเฉพาะน้ำที่ต่ำกว่าพื้นตัวรถและห้องแบตเตอรี่ ขับช้าที่สุด ไม่หยุดกลางน้ำ ไม่เปลี่ยนเกียร์กลางน้ำ และหลังขึ้นจากน้ำให้ทดสอบเบรกทันที รถไฟฟ้าห้ามลุยน้ำที่สูงถึงมอเตอร์หรือคอนโทรลเลอร์เด็ดขาด น้ำที่ท่วมโรงงานมักมีเศษวัสดุที่มองไม่เห็นใต้น้ำด้วย

เตรียมเอกสารเคลมประกัน

  • ถ่ายรูปและวิดีโอรถตอนน้ำท่วมและหลังน้ำลด ให้เห็นระดับคราบน้ำบนตัวรถ
  • จดเลขตัวรถ เลขเครื่อง ชั่วโมงทำงาน
  • เก็บใบเสนอราคาและรายงานการตรวจจากช่าง
  • แจ้งบริษัทประกันก่อนเริ่มซ่อมใหญ่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องหลักฐาน

ป้องกันรอบหน้า ก่อนน้ำมา

  1. ย้ายรถ แบตเตอรี่สำรอง และเครื่องชาร์จขึ้นที่สูงก่อนน้ำมาถึง
  2. ถ้าย้ายไม่ได้ ถอดขั้วแบตเตอรี่ (รถเครื่องยนต์) หรือดึงปลั๊กแบตออกจากตัวรถ (รถไฟฟ้า)
  3. ลดงาลงพื้น ดึงเบรกมือ ปิดวาล์วถังแก๊ส LPG และเก็บถังแก๊สไว้ที่สูง
  4. คลุมช่องกรองอากาศและปลายท่อไอเสียถ้าน้ำอาจขึ้นไม่สูงมาก
  5. ทำรายการรถทุกคันพร้อมรูปถ่ายสภาพก่อนน้ำมา

ซ่อมระหว่างนี้ แต่งานต้องเดินต่อ

ถ้ารถหลักต้องเข้าซ่อมหลายวัน หรือเจ้าของกิจการยังไม่อยากลงทุนซื้อคันใหม่ทันที สามารถ เช่ารถโฟล์คลิฟท์ รายวันหรือรายเดือนมาใช้ชั่วคราวได้ ส่วนงานตรวจเช็กและซ่อมหลังน้ำท่วม ติดต่อทีม ซ่อมรถโฟล์คลิฟท์ ของเรา ถ้ารถเสียหายหนักจนไม่คุ้มซ่อม ดูรุ่นทดแทนได้ที่ ขายรถโฟล์คลิฟท์

คำถามที่พบบ่อย

รถโฟล์คลิฟท์โดนน้ำท่วมซ่อมได้ไหม?

ซ่อมได้เกือบทุกกรณี ถ้าไม่สตาร์ทหรือไม่ชาร์จก่อนตรวจ ความเสียหายส่วนใหญ่คือของเหลวปนน้ำ ไส้กรอง และชิ้นส่วนไฟฟ้าบางจุด กรณีที่หนักคือเครื่องยนต์ Hydrolock หรือแบต/คอนโทรลเลอร์ลัดวงจร

รถโฟล์คลิฟท์น้ำท่วมค่าซ่อมเท่าไหร่?

ขึ้นกับระดับน้ำและชนิดรถ น้ำต่ำกว่าพื้นรถมักเป็นงานล้าง อัดจาระบี และเปลี่ยนน้ำมันบางส่วน ถ้าน้ำท่วมเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ ต้องให้ช่างตรวจก่อนจึงประเมินราคาได้

รถไฟฟ้าน้ำท่วม ชาร์จแบตได้เลยไหม?

ไม่ได้ ต้องให้ช่างตรวจแบตเตอรี่ ขั้วต่อ และเครื่องชาร์จก่อน การชาร์จทันทีเสี่ยงลัดวงจรและทำให้แบตเสื่อมถาวร

ต้องเปลี่ยนน้ำมันอะไรบ้างหลังน้ำท่วม?

น้ำมันส่วนที่ถูกน้ำท่วมถึง ได้แก่ น้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันเกียร์/เฟืองท้าย น้ำมันเบรก และจาระบีทุกจุด พร้อมไส้กรองที่เกี่ยวข้อง

รถไม่ได้จมน้ำ แค่จอดตากฝนนาน ต้องเช็กไหม?

ควรเช็กเบรก จุดอัดจาระบี และปลั๊กไฟ เพราะความชื้นสะสมทำให้เกิดสนิมและไฟรั่วได้ ดูอาการที่พบบ่อยเพิ่มเติมที่ รถโฟล์คลิฟท์สตาร์ทไม่ติด

ต้องการให้ช่างเข้าตรวจรถหลังน้ำท่วม โทร 086-352-1549 หรือ LINE

ราคาที่แจ้งไว้ในเว็บ เป็นราคา ณ ปัจจุบันที่จัดทำเว็บไซต์
และราคาสินค้าทุกประเภท สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามราคาต้นทุนสินค้า ราคาขนส่งที่ปรับขึ้น
(บริษัทฯ ไม่สามารถแก้ราคาได้ทันทีทันใด) กรุณาติดต่อฝ่ายขายก่อนทำการสั่งซื้อ ทุกกรณี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า