ขับรถโฟล์คลิฟท์

ติดต่อฝ่ายขาย

การขับรถโฟล์คลิฟท์ไม่เหมือนขับรถยนต์ รถเลี้ยวด้วยล้อหลัง ท้ายรถกวาดออกกว้าง และน้ำหนักของที่ยกเปลี่ยนการทรงตัวของรถตลอดเวลา บทความนี้สรุปวิธีขับรถโฟล์คลิฟท์ทีละขั้น ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถจนจอดเลิกงาน พร้อมกฎความปลอดภัยที่สอดคล้องกับกฎกระทรวงความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ผู้ที่จะขับต้องผ่านอบรมโฟล์คลิฟท์ 12 ชั่วโมงตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนดก่อน

วิธีขับรถโฟล์คลิฟท์ ทีละขั้นตอน

1. ก่อนขับ: ตรวจรถและพื้นที่

เดินรอบรถดูยาง งา โซ่เสายก รอยรั่วน้ำมันไฮดรอลิก ระดับน้ำมันหรือแบตเตอรี่ ทดสอบแตร ไฟ และเบรก ดูป้ายพิกัดยกว่ารับน้ำหนักของที่จะยกได้ แล้วมองเส้นทางว่ามีคน สิ่งกีดขวาง หรือพื้นเปียกไหม รายการตรวจละเอียดดูที่ ตรวจเช็ครถโฟล์คลิฟท์ก่อนใช้งาน

2. ขึ้นรถและสตาร์ท

  • ขึ้นลงด้วยหลัก 3 จุด (มือสองข้างเท้าหนึ่ง หรือมือหนึ่งเท้าสอง) จับมือจับ ไม่จับพวงมาลัย
  • ปรับเบาะให้เท้าถึงแป้นสุด คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • ตรวจว่าเกียร์อยู่ตำแหน่งว่าง เบรกมืออยู่ งาวางราบกับพื้น แล้วจึงสตาร์ท (รถไฟฟ้า: บิดกุญแจ ตรวจหน้าจอแบตเตอรี่)

3. เข้าหาและยกของ

  • ปรับระยะงาให้กว้างเกือบเท่าพาเลท เข้าหาพาเลทตรง ๆ ช้า ๆ
  • สอดงาเข้าให้สุด จนของชิดพนักพิงงา (Load backrest)
  • ยกขึ้นพอพ้นพื้นประมาณ 10–15 ซม. แล้วเอียงเสาไปด้านหลังเล็กน้อยให้ของพิงเสา

4. เคลื่อนที่ขณะมีของ

  • ขับโดยให้งาต่ำไว้เสมอ ห้ามยกของสูงขณะเคลื่อนที่หรือเลี้ยว
  • ถ้าของบังสายตา ให้ขับถอยหลังและหันมองทิศทางที่ไป
  • ลดความเร็วก่อนเลี้ยว บีบแตรที่ทางแยกและจุดอับ ความเร็วที่เหมาะในแต่ละโซนดูที่ ความเร็วรถโฟล์คลิฟท์ในโรงงาน
  • ทางลาด: มีของ ให้ของอยู่ด้านบนของทางลาด (ขึ้นเดินหน้า ลงถอยหลัง) ไม่มีของ ให้งาชี้ลงด้านล่าง ห้ามเลี้ยวบนทางลาด

5. วางของ

  • หยุดรถให้ตรงกับตำแหน่งวางก่อน แล้วค่อยยกงาขึ้นถึงระดับ
  • ปรับเสาให้ตั้งตรง ค่อย ๆ ขยับเข้า ลดงาลงวาง แล้วถอยออกตรง ๆ
  • ลดงาลงระดับต่ำก่อนเริ่มเคลื่อนที่ต่อ

6. จอดรถเมื่อเลิกใช้

  • จอดในจุดที่กำหนด ไม่ขวางทางหนีไฟ ประตู หรืออุปกรณ์ดับเพลิง
  • ลดงาลงแนบพื้น เอียงเสาไปด้านหน้าเล็กน้อยให้ปลายงาแตะพื้น
  • เกียร์ว่าง ดึงเบรกมือ ดับเครื่อง ถอดกุญแจ (รถไฟฟ้า: ต่อชาร์จตามรอบ)

รถยกแบบยืนขับ กับแบบนั่งขับ ขับต่างกันอย่างไร

แบบนั่งขับ (รถถ่วงน้ำหนักทั่วไป) ใช้พวงมาลัยและแป้นเท้าคล้ายรถยนต์ เหมาะกับงานลาน ขึ้นลงรถบรรทุก ระยะทางไกล

แบบยืนขับ เช่น Reach Truck คนขับยืนหันข้าง ใช้คันโยกหรือพวงมาลัยเล็ก เลี้ยวในที่แคบได้ดี และมีระบบยื่นเสา (reach) เข้าไปหยิบของ จุดที่มือใหม่ต้องระวังคือการกะระยะท้ายรถและการควบคุมด้วยมือเดียว และแบบยืนขับบางรุ่นใช้แป้นเหยียบแบบ dead-man ที่ต้องเหยียบค้างไว้รถจึงจะวิ่ง

ดูข้อดีข้อเสียแบบละเอียดที่ รถโฟล์คลิฟท์ยืนขับ vs นั่งขับ และ Reach Truck รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ายืนขับ

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่หัดขับโฟล์คลิฟท์ทำบ่อย

  • เลี้ยวเร็วแบบขับรถยนต์ ลืมว่าเลี้ยวด้วยล้อหลัง ท้ายรถกวาดไปชนชั้นวางหรือคน
  • ขับทั้งที่งายังสูง จุดศูนย์ถ่วงสูงขึ้น รถคว่ำข้างง่าย
  • สอดงาไม่สุด ของไม่ชิดพนักพิง หล่นตอนเบรก
  • ยกเกินพิกัด ไม่ได้ดูป้ายพิกัดและระยะศูนย์ถ่วงของ
  • กระโดดลงจากรถเมื่อรถเริ่มเอียง ที่ถูกคือคาดเข็มขัด จับพวงมาลัยแน่น เอนตัวไปฝั่งตรงข้าม
  • ให้คนยืนบนงาหรือเกาะรถ
  • จอดทิ้งโดยไม่ลดงา คนเดินสะดุด

ความเชื่อผิด ๆ อื่น ๆ อ่านต่อที่ 4 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องขับรถโฟล์คลิฟท์ และแนวทางลดอุบัติเหตุที่ อุบัติเหตุรถโฟล์คลิฟท์

กฎความปลอดภัยขณะขับรถโฟล์คลิฟท์

1. คุณสมบัติผู้ใช้งานรถโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์เป็นรถที่มีรูปแบบเฉพาะตัวตามวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างจากรถยนต์โดยสารทั่วไป ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด

2.  ตรวจความพร้อมของรถก่อนใช้งานเสมอ

ขับรถโฟล์คลิฟท์

เช่นเดียวกับรถทั่วไป ที่ท่านต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ในการใช้งานเป็นประจำทุกวัน ทั้งสภาพภายนอก ภายใน และด้วยการทดลองขับรถโฟล์คลิฟท์อย่างช้า ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่เกิดจากชิ้นส่วนของรถโฟล์คลิฟท์ชำรุด หากพบความผิดปกติใด ๆ ต้องระงับการใช้งานและแจ้งหัวหน้างานเพื่อรีบดำเนินการซ่อมบำรุงทันที

3. พิกัดการบรรทุกสิ่งของ

งายกวัตถุที่อยู่ด้านหน้าตัวรถ มีขีดจำกัดในการรองรับน้ำหนัก และความสูงของเสายก ก็มีระดับที่ไม่ควรบรรทุกสินค้าซ้อนกันสูงมากเกินระดับสายตาผู้ขับไป เพราะจะบดบังวิสัยทัศน์และอาจทำให้สินค้าร่วงหล่นจากแท่นงายกได้ง่าย ผู้ที่ควบคุมดูแล จึงควรทำป้ายแสดงพิกัดน้ำหนักและความสูงของวัตถุที่จะยกได้ไว้ที่ตัวรถโฟล์คลิฟทุกคัน เพื่อลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและยืดอายุการใช้งานของรถด้วย

good-rich-forklift

4. การควบคุมความเร็วและการส่งสัญญาณขณะใช้รถ

การบีบแตร เป็นการส่งสัญญาณเสียงเตือนที่สำคัญ เมื่อขับรถโฟล์คลิฟท์ ในจุดที่มีคนอยู่จำนวนมาก และโดยเฉพาะในจุดอับสายตา ประตูเข้าออก ต่าง ๆ ดังนั้น การควบคุมความเร็วอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และไม่ขับขี่อย่างคึกคะนองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

การใช้-รถโฟล์คลิฟท์

5. จัดสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม

ในจุดที่มีการใช้รถโฟล์คลิฟท์เป็นประจำ เช่น คลังสินค้า ลานจอดรถ หรือบริเวณที่แคบ ควรตีเส้นที่พื้นเพื่อกำหนดเป็นช่องทางสำหรับขับขี่รถโฟล์คลิฟท์โดยเฉพาะ รวมถึงการติดอุปกรณ์จราจร เช่น กระจกนูน เพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ในจุดที่เป็นทางเลี้ยวต่าง ๆ

6. ใส่ใจรายละเอียดระหว่างใช้งานใช้รถโฟล์คลิฟท์

ในระหว่างการขับรถโฟล์คลิฟท์ ไม่ควรให้ผู้อื่นปีนป่าย เข้ามานั่งหรือยืนในห้องโดยสาร หรืออยู่ใกล้บริเวณเสาและงายกสินค้า และตัวผู้ขับขี่เองก็ไม่ควรยืนอวัยวะส่วนใด เช่น มือ แขน เท้า ออกนอกโครงหลังคาและเสาของรถ นอกจากนี้ หากเป็นจุดที่มีคนทำงานจำนวนมาก ต้องระวังไม่ให้มีการทำงานขนย้ายของใต้งารถ เพราะเป็นจุดเสี่ยงที่ผู้ควบคุมรถอาจไม่ทันสังเกต จนเกิดอุบัติเหตุได้

7. การแต่งกายที่รัดกุม

ผู้ปฏิบัติงานควรสวมเสื้อผ้าที่รัดกุม พอดีตัว ไม่รุ่มร่าม และสวมใส่หมวกนิรภัยอยู่เสมอในระหว่างการขับขี่ ต้องคำนึงเสมอว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา

forklift

8. พาเลตรองสินค้าต้องเหมาะสม

ส่วนงาของรถโฟล์คลิฟท์ถูกออกแบบมาเพื่อสอดใต้พาเลตได้อย่างพอดี ทำให้การขนย้ายสิ่งของเป็นไปอย่างมีระเบียบและรวดเร็ว แต่หากพาเลตหรือฐานรองสินค้า ซึ่งอาจทำจากพลาสติกหรือไม้ อยู่ในสภาพกร่อนชำรุด ยุบตัวหรือหักขณะยก ก็จะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของวัตถุที่ยกเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อาจทำให้สินค้าร่วงหล่นจากงายกและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงตามมาได้ ผู้ขับขี่รถโฟล์คลิฟท์จึงควรเป็นคนช่างสังเกตและมีสมาธิในการทำงานเพื่อรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ดียิ่งขึ้น

                ความปลอดภัยในการขับรถโฟล์คลิฟท์ มิใช่เพียงการขับขี่ได้เท่านั้น ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด มีความช่างสังเกต มีสมาธิสูง และควรใส่ใจรายละเอียดในระหว่างการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน ทั้งไม่ละเลยสอดส่องสภาพแวดล้อมในบริเวณที่ทำงาน เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่ป้องกันได้ด้วยความไม่ประมาท

ติดต่อฝ่ายขาย

ซื้อรถโฟล์คลิฟท์

คนขับโฟล์คลิฟท์ ต้องมีอะไรบ้าง

ไม่ต้องมีใบขับขี่รถยนต์ แต่ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ขับรถยกตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และนายจ้างต้องเก็บหลักฐานการอบรมไว้ ฝึกขับหน้างานจริงควรมีหัวหน้างานหรือคนขับที่ผ่านการอบรมคอยดูในช่วงแรก รายละเอียดหลักสูตรดูที่ อบรมขับรถโฟล์คลิฟท์

ถ้ายังไม่มีคนขับที่ผ่านการอบรม เช่ารถโฟล์คลิฟท์พร้อมคนขับที่ผ่านการอบรมได้ (เช่ารถเริ่มต้น 1,500 บาท/วัน) ให้บริการจาก 4 สาขา สมุทรปราการ (สำนักงานใหญ่) ชลบุรี (บ่อวิน) ขอนแก่น และอยุธยา ดูเงื่อนไขที่ เช่ารถโฟล์คลิฟท์ โทร 086-352-1549 หรือ ทัก LINE

ก่อนให้พนักงานขับจริง อ่านต่อเรื่อง อบรมขับรถโฟล์คลิฟท์ ต้องมีไหม สิ่งที่นายจ้างต้องรู้

ราคาที่แจ้งไว้ในเว็บ เป็นราคา ณ ปัจจุบันที่จัดทำเว็บไซต์
และราคาสินค้าทุกประเภท สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามราคาต้นทุนสินค้า ราคาขนส่งที่ปรับขึ้น
(บริษัทฯ ไม่สามารถแก้ราคาได้ทันทีทันใด) กรุณาติดต่อฝ่ายขายก่อนทำการสั่งซื้อ ทุกกรณี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า