ขับรถโฟล์คลิฟท์ต้องผ่านการอบรมไหม

ต้องผ่าน กฎกระทรวงด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานกับรถโฟล์คลิฟท์ต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด นายจ้างจึงไม่ควรให้พนักงานที่ยังไม่ผ่านการอบรมขับรถ แม้คนนั้นจะขับรถยนต์เป็นอยู่แล้วก็ตาม เพราะรถโฟล์คลิฟท์มีลักษณะการทรงตัวและการบังคับต่างจากรถยนต์ทั่วไป อ่านรายละเอียดกฎระเบียบเพิ่มเติมได้ที่ ขับรถโฟล์คลิฟท์ ต้องอบรมไหม

ข้อกำหนดนี้มาจาก กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ซึ่งใช้แทนฉบับ พ.ศ. 2552 และมีประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 17 มกราคม 2568) กำหนดรายละเอียดหลักสูตรอบรมรถยกให้ยาวขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง

ทำไมการอบรมถึงสำคัญกว่าที่คิด

อุบัติเหตุจากรถโฟล์คลิฟท์ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากรถเสีย แต่เกิดจากการใช้งานผิดวิธี เช่น ยกของเกินพิกัด เลี้ยวเร็วขณะยกของสูง ขับถอยหลังโดยไม่มองทาง หรือให้คนยืนบนงา รถโฟล์คลิฟท์แบบถ่วงน้ำหนักทรงตัวด้วยตุ้มน้ำหนักท้ายรถ เมื่อยกของสูงหรือยื่นออกไปไกล จุดศูนย์ถ่วงจะเปลี่ยน คนขับที่ไม่เข้าใจหลักนี้จึงเสี่ยงทำรถคว่ำได้ง่าย อ่านแนวทางป้องกันเพิ่มเติมได้ที่ แนวทางลดอุบัติเหตุรถโฟล์คลิฟท์

หลักสูตรอบรมโฟล์คลิฟท์ 12 ชั่วโมง ตามกฎหมาย

หลักสูตรอบรมขับรถโฟล์คลิฟท์ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฉบับปัจจุบัน ใช้เวลารวมไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง โดยทั่วไปจัดเป็น 2 วัน แบ่งเป็นภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการประเมินผล ผู้เข้าอบรมต้องผ่านการประเมินทั้งสองภาคจึงจะได้รับหลักฐานการอบรม

ภาคทฤษฎี

  • กฎหมายความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับรถยก และหน้าที่ของนายจ้างกับลูกจ้าง
  • ประเภทและลักษณะของรถยก เช่น รถโฟล์คลิฟท์ถ่วงน้ำหนัก รถยกไฟฟ้า Reach Truck
  • โครงสร้าง ส่วนประกอบ ระบบควบคุม และอุปกรณ์เตือนของรถ
  • หลักการทรงตัว จุดศูนย์ถ่วง การอ่านป้ายพิกัดยก
  • อันตราย กรณีศึกษาอุบัติเหตุ และวิธีป้องกัน

ภาคปฏิบัติ

  • ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานประจำวัน (ใช้ใบตรวจสภาพรถโฟล์คลิฟท์ประกอบได้)
  • ขับทางตรง ทางโค้ง ทางแยก ถอยหลัง และหยุดรถ
  • ยก ขนย้าย และวางพาเลทในระดับต่าง ๆ
  • จอดรถและปิดเครื่องอย่างปลอดภัย

การประเมินผล (สอบขับโฟล์คลิฟท์)

มีทั้งข้อสอบภาคทฤษฎีและการทดสอบขับจริง เกณฑ์ผ่านคือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละภาค ข้อสอบโฟล์คลิฟท์ส่วนใหญ่วัดความเข้าใจเรื่องพิกัดยก จุดศูนย์ถ่วง และกฎความปลอดภัย มากกว่าการท่องจำ

ผู้ที่เคยอบรมหลักสูตรเดิมที่สั้นกว่า 12 ชั่วโมง ควรตรวจสอบกับฝ่ายความปลอดภัยของบริษัทว่าต้องอบรมเพิ่มให้ครบตามหลักสูตรใหม่หรือไม่ ส่วนขั้นตอนการขับทีละขั้นอ่านได้ที่ วิธีขับรถโฟล์คลิฟท์

ใครต้องเข้าอบรมรถยก

  • ลูกจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ขับรถยก ทุกประเภท ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล แก๊ส และไฟฟ้า รวมถึงรถยกแบบยืนขับ
  • พนักงานใหม่ แม้เคยขับที่อื่นมา ควรมีหลักฐานการอบรมที่ตรงกับประเภทรถที่จะใช้
  • คนที่จะเปลี่ยนไปขับรถยกประเภทอื่น เช่น จากรถนั่งขับไปขับ Reach Truck ต้องได้รับการอบรมเพิ่มสำหรับรถประเภทนั้น

ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่รถยนต์ก่อน เพราะกฎหมายกำหนดเรื่องการผ่านหลักสูตรอบรม ไม่ใช่ใบอนุญาตขับขี่ของกรมการขนส่ง รายละเอียดเรื่องนี้อ่านได้ที่ 4 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องขับรถโฟล์คลิฟท์

ใบเซอร์ขับโฟล์คลิฟท์ คืออะไร

“ใบเซอร์” ที่คนในโรงงานเรียกกัน คือหนังสือรับรองหรือวุฒิบัตรว่าผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ขับรถยกแล้ว หลายคนเรียกว่าใบขับขี่โฟล์คลิฟท์หรือใบอนุญาตขับโฟล์คลิฟท์ แต่ในทางกฎหมายไม่ใช่ใบอนุญาตขับขี่ เป็นหลักฐานการฝึกอบรมที่นายจ้างต้องเก็บไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

ข้อมูลที่ควรมีบนใบเซอร์

  • ชื่อ-นามสกุลผู้ผ่านการอบรม
  • ชื่อหลักสูตรและประเภทรถยกที่อบรม
  • วันที่อบรม และจำนวนชั่วโมง
  • ชื่อหน่วยงานที่จัดอบรมและผู้ลงนาม

ใบเซอร์อายุกี่ปี

ประกาศหลักสูตรไม่ได้กำหนดวันหมดอายุของหลักฐานการอบรมไว้ แต่บริษัทส่วนใหญ่กำหนดให้อบรมทบทวนทุก 2–3 ปี หรือทันทีเมื่อเปลี่ยนประเภทรถ เกิดอุบัติเหตุ หรือกฎหมายปรับหลักสูตร

นายจ้างต้องเตรียมอะไรบ้าง

ให้ขับเฉพาะคนที่ผ่านการอบรม และเก็บหลักฐานการอบรมของพนักงานแต่ละคนไว้ตรวจสอบได้
มีคู่มือการทำงาน เขียนขั้นตอนการใช้รถให้เป็นลายลักษณ์อักษร ดูตัวอย่างที่ WI การใช้รถโฟล์คลิฟท์
กำหนดความเร็วและโซน แยกทางเดินคนกับทางรถ และกำหนดความเร็วในแต่ละพื้นที่ ดูแนวทางที่ ความเร็วรถโฟล์คลิฟท์ในโรงงาน
ดูแลรถให้พร้อมใช้ รถที่เบรก ไฮดรอลิก หรือโซ่เสายกมีปัญหา ต่อให้คนขับเก่งแค่ไหนก็เสี่ยง ควรเข้าเช็คตามรอบ

เลือกสถาบันอบรมขับรถโฟล์คลิฟท์อย่างไร

  1. หลักสูตรครบ 12 ชั่วโมงตามประกาศฉบับปัจจุบัน ขอดูตารางเวลาทฤษฎีและปฏิบัติก่อนสมัคร
  2. มีรถให้ฝึกตรงกับรถที่ใช้จริง ถ้าโรงงานใช้รถยกไฟฟ้าหรือแบบยืนขับ ควรได้ฝึกกับรถประเภทนั้น
  3. มีการสอบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ไม่ใช่นั่งฟังแล้วรับใบ
  4. ใบเซอร์ระบุข้อมูลครบ ตามหัวข้อด้านบน
  5. อบรมในสถานประกอบการได้หรือไม่ (In-house) เหมาะกับบริษัทที่มีคนขับหลายคน ได้ฝึกในพื้นที่จริง

ทำไมถึงเจอทั้งคำว่า โรงเรียนสอนขับโฟล์คลิฟท์ สอนขับ เรียนขับ หรือหลักสูตรขับรถโฟล์คลิฟท์ ทั้งหมดหมายถึงการอบรมกลุ่มเดียวกัน สิ่งที่ต้องดูคือหลักสูตรตรงตามประกาศหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบรมโฟล์คลิฟท์

อบรมรถยกใช้เวลากี่ชั่วโมง

ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงตามประกาศที่ใช้ตั้งแต่ปี 2568 รวมทฤษฎี ปฏิบัติ และการประเมินผล

ขับโฟล์คลิฟท์ต้องมีใบขับขี่ไหม

ไม่ต้องมีใบขับขี่ของกรมการขนส่ง แต่ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด

เคยอบรม 6 ชั่วโมงแบบเดิม ต้องอบรมใหม่ไหม

ควรตรวจสอบกับฝ่ายความปลอดภัยหรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ เพราะประกาศใหม่กำหนดให้อบรมเพิ่มให้ครบตามหลักสูตร

อบรมโฟล์คลิฟท์ 2568 ต่างจากเดิมอย่างไร

จำนวนชั่วโมงเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง มีเกณฑ์ประเมินภาคทฤษฎีและปฏิบัติชัดเจน และแยกตามประเภทรถยก

ถ้าพนักงานยังไม่ผ่านการอบรม แต่งานรอไม่ได้

ใช้บริการเช่ารถพร้อมคนขับที่ผ่านการอบรมแล้วระหว่างรอ โทร 086-352-1549 หรือทัก LINE

ถ้ายังไม่มีคนขับที่ผ่านการอบรม

ทางเลือกที่เร็วที่สุดคือเช่ารถพร้อมคนขับ คนขับที่เราส่งไปผ่านการอบรมและมีใบอนุญาตขับขี่ทุกคน ช่วยให้งานเดินต่อได้ระหว่างที่พนักงานของคุณเข้ารับการอบรม ดูเงื่อนไขได้ที่ เช่ารถโฟล์คลิฟท์

ทัก LINE สอบถาม

ราคาที่แจ้งไว้ในเว็บ เป็นราคา ณ ปัจจุบันที่จัดทำเว็บไซต์
และราคาสินค้าทุกประเภท สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามราคาต้นทุนสินค้า ราคาขนส่งที่ปรับขึ้น
(บริษัทฯ ไม่สามารถแก้ราคาได้ทันทีทันใด) กรุณาติดต่อฝ่ายขายก่อนทำการสั่งซื้อ ทุกกรณี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า