ถ้าโรงงานของคุณใช้รถโฟล์คลิฟท์ คำถามที่ จป. และเจ้าของกิจการเจอบ่อยคือ กฎหมายรถยก ฉบับที่ใช้อยู่ตอนนี้คือฉบับไหน นายจ้างต้องทำอะไรบ้าง และถ้าไม่ทำจะมีผลอย่างไร บทความนี้สรุป กฎหมายรถยก 2568 ให้อ่านจบในที่เดียว โดยอ้างอิงตัวบทจริงจากราชกิจจานุเบกษาและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีมีข้อสงสัยเฉพาะหน้างาน ควรสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ หรืออ่านตัวบทฉบับเต็มก่อนตัดสินใจ

รถโฟล์คลิฟท์ทำงานในโรงงาน มีเส้นแบ่งช่องทางเดินรถและทางคนเดินบนพื้น

กฎหมายรถยกฉบับที่ใช้บังคับตอนนี้ คือฉบับไหน

กฎหมายหลักที่กำกับการใช้รถโฟล์คลิฟท์ในสถานประกอบกิจการคือ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ออกตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนที่ 52 ก วันที่ 6 สิงหาคม 2564 และใช้บังคับเมื่อพ้น 90 วันนับจากวันประกาศ

กฎกระทรวงฉบับนี้ยกเลิกฉบับเดิม พ.ศ. 2552 ดังนั้นถ้าคู่มือความปลอดภัยของโรงงานยังอ้าง “กฎกระทรวงฯ 2552” อยู่ ควรปรับให้เป็นฉบับ 2564

แล้วทำไมคนค้นหาว่า กฎหมายโฟล์คลิฟท์ 2568 หรือ กฎหมายโฟล์คลิฟท์ ล่าสุด คำตอบคือ ในปี 2568 มีการใช้ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ฉบับใหม่ ซึ่งเพิ่มชั่วโมงอบรมผู้ขับ เนื้อหาหลักของหน้าที่นายจ้างจึงยังมาจากกฎกระทรวง 2564 ส่วนที่เปลี่ยนในปี 2568 คือรายละเอียดหลักสูตรอบรม

ดาวน์โหลดกฎหมายรถยก PDF ได้ที่ไหน

ถ้าต้องการ กฎหมาย รถยก 2568 pdf ฉบับเต็ม ให้ดาวน์โหลดจากแหล่งทางการเท่านั้น คือเว็บไซต์กองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (PDF กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ 2564) หรือค้นจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา หมวดรถยกอยู่ใน “ส่วนที่ 4 รถยก” ข้อ 34 ถึงข้อ 42

รถแบบไหนนับเป็น “รถยก” ตามกฎหมาย

คำค้น ประเภทรถยกตามกฎหมาย 2568 มีคนหาเยอะ เพราะหลายโรงงานไม่แน่ใจว่าแฮนด์ลิฟท์ สแตกเกอร์ หรือรีชทรัคต้องทำตามด้วยหรือไม่

กฎกระทรวง 2564 นิยามว่า “รถยก” คือ รถที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้สำหรับการยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ เช่น ฟอร์คลิฟต์ (forklift) หรือรถที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน นิยามนี้กว้าง จึงครอบคลุมรถโฟล์คลิฟท์ทั้งแบบดีเซลและไฟฟ้า ทั้งนั่งขับและยืนขับ

  • รถโฟล์คลิฟท์ถ่วงน้ำหนัก (Counterbalance) ดีเซล แก๊ส หรือไฟฟ้า — เข้านิยามชัดเจน
  • รีชทรัค และสแตกเกอร์ไฟฟ้า — ทำงานยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของลักษณะเดียวกัน
  • แฮนด์ลิฟท์ / รถลากพาเลทไฟฟ้า — กฎหมายไม่ได้ระบุชื่อไว้ตรง ๆ ว่าอยู่ในนิยามหรือไม่ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือให้ผู้ใช้ผ่านการอบรมและตรวจสภาพก่อนใช้เช่นกัน

ส่วนหลักสูตรอบรมฉบับใหม่ แบ่งประเภทรถยกออกเป็นกลุ่มเพื่อกำหนดการอบรมผู้ขับ 11 ประเภท ได้แก่ Warehouse Forklift, Side Loader, Counterbalance Forklift, Telehandler, Industrial Forklift, Rough Terrain Forklift, Walkie Stacker, Order Picker, Reach Truck, Reach Stacker และรถยกประเภทอื่น ๆ ถ้ารู้ว่ารถที่ใช้เป็นแบบไหน ดูเปรียบเทียบได้ที่บทความ รถโฟล์คลิฟท์มีกี่ประเภท

หน้าที่นายจ้างตามกฎหมายรถยก ข้อ 34–42

หมวดรถยกในกฎกระทรวง 2564 เขียนเป็นหน้าที่ของ “นายจ้าง” ทั้งหมด สรุปเป็นภาษาหน้างานได้ดังนี้

ข้อ 34 อุปกรณ์ที่รถยกต้องมี

  1. โครงหลังคากันของตก ที่มั่นคงแข็งแรง ยกเว้นรถที่ออกแบบให้ยกของไม่สูงเกินศีรษะผู้ขับ
  2. ป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยก ตามคู่มือผู้ผลิต ติดไว้ที่ตัวรถ พร้อม ป้ายเตือนให้ระวัง
  3. ตรวจสภาพรถก่อนใช้งานทุกครั้ง และเก็บสำเนาเอกสารการตรวจไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยดูได้
  4. สัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัย ขณะทำงาน ตามความเหมาะสมของงาน
  5. อุปกรณ์ช่วยการมองเห็น เช่น กระจกมองข้าง
  6. เข็มขัดนิรภัย ผู้ขับรถยกชนิดนั่งขับต้องคาดตลอดเวลาที่ทำงานบนรถ

ข้อ 35 ห้ามดัดแปลงรถให้ปลอดภัยน้อยลง

นายจ้างต้องไม่ดัดแปลงรถยกจนความปลอดภัยลดลง ยกเว้นการดัดแปลงให้ใช้ก๊าซ LPG ที่ทำตามกฎหมายโรงงานแล้ว ตัวอย่างที่เจอบ่อยหน้างาน เช่น เชื่อมต่องาเอง ถอดโครงหลังคาออก หรือถ่วงน้ำหนักท้ายรถเพิ่มเพื่อยกเกินพิกัด ล้วนเข้าข่ายข้อนี้

ข้อ 36 พื้นที่ชาร์จแบตเตอรี่รถยกไฟฟ้า

จุดชาร์จต้องอยู่ห่างจากจุดที่ลูกจ้างทำงานอย่างปลอดภัย และต้องมีการระบายอากาศ ป้องกันการสะสมของไอกรดและไฮโดรเจนจากการชาร์จ อ่านวิธีชาร์จที่ถูกต้องเพิ่มได้ที่ ชาร์จแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

ข้อ 37–39 ทางเดินรถยก

  • ข้อ 37 ตีเส้นช่องทางเดินรถยกภายในอาคาร หรือกำหนดเส้นทางในบริเวณอื่นที่ใช้รถยกเป็นประจำ
  • ข้อ 38 ติดกระจกนูน (หรือวัสดุคล้ายกัน) ที่ทางแยกหรือทางโค้งที่มองไม่เห็นทางข้างหน้า
  • ข้อ 39 ทางเดินรถต้องแข็งแรง รับน้ำหนักรถรวมของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัย

กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขความเร็วสูงสุดของรถยกไว้ โรงงานต้องกำหนดเองตามโซน ดูแนวทางที่ใช้กันทั่วไปได้ที่ ความเร็วรถโฟล์คลิฟท์ในโรงงาน

ข้อ 40 ผู้ขับต้องผ่านการอบรม

นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างที่จะขับรถยกผ่านการฝึกอบรมเรื่องการใช้รถยกแต่ละประเภท ความปลอดภัยในการขับ และการตรวจสอบบำรุงรักษา โดยวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด (รายละเอียดหลักสูตร 2568 อยู่ในหัวข้อถัดไป)

ข้อ 41 ระยะห่างจากสายไฟฟ้าแรงสูง

แรงดันไฟฟ้า ระยะห่างขั้นต่ำ
ไม่เกิน 69 kV 3.1 เมตร
เกิน 69 kV ไม่เกิน 115 kV 3.3 เมตร
เกิน 115 kV ไม่เกิน 230 kV 4 เมตร
เกิน 230 kV ไม่เกิน 500 kV 6 เมตร

ข้อ 42 ห้ามคนอื่นขึ้นรถยก

นายจ้างต้องดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนใดส่วนหนึ่งของรถยก รวมถึงการยืนบนงาหรือบนพาเลทเพื่อขึ้นไปหยิบของบนชั้นสูง ซึ่งเป็นสาเหตุอุบัติเหตุที่พบบ่อย

ข้อทั่วไปที่ใช้กับรถยกด้วย

  • ข้อ 8 ต้องใช้งาน ซ่อม ตรวจ ตามคู่มือผู้ผลิต ถ้าไม่มีคู่มือ ต้องให้วิศวกรจัดทำ และคู่มือต้องเป็นภาษาที่ลูกจ้างอ่านเข้าใจ
  • ข้อ 9 รถยกเป็นเครื่องจักรที่นายจ้างต้องจัดให้มี การตรวจสอบประจำปี และเก็บสำเนาเอกสารไว้
  • ข้อ 10 ห้ามใช้หรือยอมให้ใช้เกินพิกัดที่คู่มือกำหนด

ป้ายพิกัดน้ำหนัก (Load Capacity Plate) ติดบนตัวรถโฟล์คลิฟท์

กฎหมายอบรมรถยก 2568: เปลี่ยนอะไรบ้าง

กฎหมายอบรมรถยก ในทางปฏิบัติคือประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2568 สาระที่ต่างจากเดิมโดยสรุป

  • ระยะเวลาอบรมรวม ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง (เดิมโรงงานส่วนใหญ่อบรมราว 6 ชั่วโมง) แบ่งเป็นภาคทฤษฎีไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง 30 นาที ภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง 30 นาที และการทดสอบ (ทฤษฎี 30 นาที ปฏิบัติ 2 ชั่วโมง 30 นาที) ต้องผ่านการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
  • ผู้ขับที่เปลี่ยนไปขับรถยกประเภทอื่น ต้องอบรมเพิ่มเฉพาะประเภทนั้นไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
  • นายจ้างต้องแจ้งการจัดอบรมต่อหน่วยงานรัฐล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

รายละเอียดวิชาที่เรียน การเลือกวิทยากร และสิ่งที่นายจ้างต้องเตรียม เราเขียนไว้ครบแล้วที่ อบรมขับรถโฟล์คลิฟท์ ต้องมีไหม สิ่งที่นายจ้างต้องรู้

การตรวจสอบรถโฟล์คลิฟท์ตามกฎหมาย ต้องตรวจอะไร เมื่อไหร่

การตรวจสอบรถโฟล์คลิฟท์ ตามกฎหมาย แยกเป็นสองระดับที่มักสับสนกัน

1. ตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง (ข้อ 34 (3))

ผู้ขับหรือผู้ที่นายจ้างมอบหมายตรวจสภาพรถก่อนเริ่มงาน เช่น เบรก แตร ไฟเตือน ระบบไฮดรอลิก โซ่เสา งา ยาง และเข็มขัดนิรภัย แล้วบันทึกลงแบบฟอร์ม กฎหมายให้เก็บ “สำเนาเอกสารการตรวจสอบ” ไว้ให้เจ้าหน้าที่ดูได้ ใครยังไม่มีแบบฟอร์ม ใช้เช็กลิสต์จาก ตรวจเช็ครถโฟล์คลิฟท์ก่อนใช้งาน เป็นต้นแบบได้

2. ตรวจประจำปี (ข้อ 9)

รถยกอยู่ในรายชื่อเครื่องจักรที่ต้องตรวจสอบประจำปี และต้องมีสำเนาเอกสาร ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจได้ (กฎกระทรวงข้อ 9) ตัวกฎกระทรวงไม่ได้ระบุคุณสมบัติผู้ตรวจรถยกไว้เป็นการเฉพาะ ในทางปฏิบัติหลายโรงงานเลือกให้วิศวกรเครื่องกลลงนามรับรอง ดูตัวอย่างเอกสารรับรองจริงได้ที่ ใบตรวจสภาพรถโฟล์คลิฟท์ คป.2/ปจ.2

ไม่ทำตามกฎหมายรถยก มีโทษอะไร

กฎกระทรวง 2564 ออกตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 บทลงโทษจึงอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ หมวดบทกำหนดโทษ โดยมาตรา 53 กำหนดว่านายจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากโทษทางอาญา เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจสั่งให้แก้ไข หรือสั่งหยุดใช้เครื่องจักรที่ไม่ปลอดภัยได้ตามมาตรา 36 (ผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งมีโทษตามมาตรา 65) และถ้าเกิดอุบัติเหตุ นายจ้างยังมีความเสี่ยงด้านความรับผิดทางแพ่งและค่าเสียโอกาสจากงานที่หยุดชะงัก ต้นทุนของการทำตามกฎหมายจึงต่ำกว่าต้นทุนของอุบัติเหตุมาก

เช็กลิสต์ 10 ข้อ ให้โรงงานทำตามกฎหมายรถยกได้ครบ

  1. อัปเดตเอกสารภายในให้อ้างกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 (ไม่ใช่ 2552)
  2. มีคู่มือผู้ผลิตของรถทุกคันเป็นภาษาที่ผู้ขับอ่านเข้าใจ
  3. ป้ายพิกัดน้ำหนักและป้ายเตือนติดครบทุกคัน
  4. โครงหลังคา กระจกมองข้าง เข็มขัดนิรภัย แตร/ไฟเตือน ใช้งานได้
  5. แบบฟอร์มตรวจก่อนใช้งานรายวัน และเก็บเอกสารย้อนหลัง
  6. เอกสารตรวจสอบประจำปีของรถทุกคัน ยังไม่หมดอายุ
  7. ผู้ขับทุกคนมีหลักฐานผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ใช้บังคับ
  8. ตีเส้นทางเดินรถยก และติดกระจกนูนที่มุมอับ
  9. จุดชาร์จแบตเตอรี่แยกจากพื้นที่ทำงานและระบายอากาศได้
  10. กฎห้ามคนโดยสาร ห้ามยืนบนงา และระยะห่างสายไฟฟ้า อยู่ใน WI ของโรงงาน

ใช้รถยกโดยไม่ต้องแบกภาระทุกข้อเอง

สำหรับโรงงานที่ต้องการรถพร้อมใช้ แต่ยังไม่พร้อมจัดการเอกสารและการดูแลรถเอง การเช่าช่วยลดภาระได้ บริษัท กู๊ด แอนด์ ริช เพาเวอร์พลัส จำกัด มีบริการ เช่ารถโฟล์คลิฟท์ เริ่ม 1,500 บาท/วัน หรือ 15,000 บาท/เดือน ดูแลโดยทีมช่างจาก 4 สาขา สมุทรปราการ (สำนักงานใหญ่) ชลบุรี (บ่อวิน) ขอนแก่น และอยุธยา หรือถ้าต้องการซื้อรถใหม่ ดูได้ที่ ขายรถโฟล์คลิฟท์ HELI

📞 โทร 086-352-1549 · LINE https://lin.ee/B8nGPkL

คำถามที่พบบ่อยเรื่องกฎหมายรถยก

กฎหมายรถยก 2568 ใช้ฉบับไหน

ฉบับหลักคือกฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 หมวดรถยกข้อ 34–42 ส่วนหลักสูตรอบรมผู้ขับใช้ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฉบับที่ใช้บังคับในปี 2568

ขับรถโฟล์คลิฟท์ต้องมีใบขับขี่ไหม

กฎกระทรวง 2564 กำหนดให้ผู้ขับ “ผ่านการฝึกอบรม” ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศ ไม่ได้กำหนดเรื่องใบขับขี่รถยนต์สำหรับการใช้งานในพื้นที่สถานประกอบการ ส่วนการนำรถยกออกไปวิ่งบนถนนสาธารณะอยู่นอกขอบเขตของกฎกระทรวงฉบับนี้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

อบรมรถยกต้องกี่ชั่วโมง

ตามหลักสูตรที่ใช้บังคับปี 2568 ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง รายละเอียดดูที่หน้าอบรมขับรถโฟล์คลิฟท์

ต้องตรวจสภาพรถโฟล์คลิฟท์บ่อยแค่ไหน

ตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง และตรวจสอบประจำปี พร้อมเก็บสำเนาเอกสารทั้งสองแบบไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้

แฮนด์ลิฟท์ต้องทำตามกฎหมายรถยกไหม

นิยามรถยกครอบคลุม “รถที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน” กับฟอร์คลิฟต์ แต่ไม่ได้ระบุแฮนด์ลิฟท์ไว้ตรง ๆ ควรสอบถามสำนักงานสวัสดิการฯ ในพื้นที่ และอย่างน้อยควรอบรมผู้ใช้และตรวจสภาพก่อนใช้งาน

เช่ารถโฟล์คลิฟท์ ใครรับผิดชอบตามกฎหมาย

หน้าที่ตามกฎกระทรวงเขียนเป็นหน้าที่ของ “นายจ้าง” ที่ใช้รถในสถานประกอบการ การแบ่งความรับผิดชอบเรื่องการตรวจและซ่อมบำรุงกับผู้ให้เช่าควรระบุในสัญญาเช่าให้ชัด

ราคาที่แจ้งไว้ในเว็บ เป็นราคา ณ ปัจจุบันที่จัดทำเว็บไซต์
และราคาสินค้าทุกประเภท สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามราคาต้นทุนสินค้า ราคาขนส่งที่ปรับขึ้น
(บริษัทฯ ไม่สามารถแก้ราคาได้ทันทีทันใด) กรุณาติดต่อฝ่ายขายก่อนทำการสั่งซื้อ ทุกกรณี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า